ต้นทุนของ Visual Novel และ Eroge

posted on 20 Jun 2010 13:28 by boboverlord in VisualNovel

วันนี้เราจะมาพูดถึงต้นทุนและค่าใช้จ่ายในการผลิต VN ในญี่ปุ่นกันนะครับ พอดีผมไปเจอบทความภาษาอังกฤษอันนี้เข้า แล้วลองเสิร์ช ๆ กูเกิ้ลก็ยังไม่เจอคนแปลก่อนหน้านี้ เลยชิงแปลก่อนซะเลย เทพ ๆ

 

บทความนี้ถูกแปลจากบล็อกของคนญี่ปุ่นอีกที ซึ่งเขาคนนั้นมีประสบการณ์การทำงานในวงการนี้มาสิบกว่าปี (ในฐานะคนวางโปรเจคต์และคนเขียนบท) หากแต่จะไม่กล่่าวถึงต้นทุนการผลิตในโรงงาน (การบรรจุหีบห่อ การปั๊มดีวีดี การพิมพ์บทสรุปเกม) และต้นทุนการโฆษณา (การทำใบปลิว การพิมพ์โฆษณาตามนิตยสาร การโฆษณาผ่านเว็บไซต์ ฯลฯ)

 

รายชื่อหน้าที่ของแต่ละฝ่ายในการทำเกม

Director ผู้กำกับ
ก็ไม่ต่างอะไรกับภาพยนตร์ที่จะต้องมีผู้กำกับมาดูแล แต่ในวงการนี้ ผู้กำกับอาจจะต้องทำหน้าที่อื่น ๆ ในรายชื่อข้างล่างนี้ด้วย

Artist ศิลปิน
ทำหน้าที่วาดภาพต้นแบบ (Original)ส่วนใหญ่แล้วจะเป็น Line Art หรือวาดเส้นอย่างเดียว

Scenario writer นักเขียนบท
เป็นคนเขียนบทเนื้อเรื่อง อาจจะควบหน้าที่ scripter ไปด้วย

Programmer โปรแกรมเมอร์
เป็นคนเขียนโปรแกรม อาจจะควบหน้าที่ scripter ไปด้วย

Scripter คนเขียนสคริปต์
เขียนสคริปต์ตามรูปแบบการทำงานของโปรแกรมเพื่อให้ออกมาเป็นเกม อาจจะเป็นคนทำ presentation ด้วย

CG Supervisor ผู้ควบคุมดูแล CG
ทำหน้าที่สร้างความมั่นใจว่างานศิลป์แต่ละชิ้นสอดคล้องกับความต้องการ เป็นผู้ให้คำแนะนำและกำกับดูแลฝ่ายศิลปินอย่างละเอียด และทำงานเพิ่มคุณภาพของงานศิลป์ด้วยตัวเอง

CG colouring ฝ่ายลงสี CG
เป็นผู้ลงสีภาพวาดต่าง ๆ  และทำงานออกแบบกราฟฟิกอื่น ๆ เช่นปุ่มกดในเกม

Background artist ฝ่ายทำแบ๊กกราวนด์
เป็นผู้ทำฉากพื้นหลังสำหรับ Bust Shot (ทำฉากพื้นหลังอย่างเดียว เอาตัวละครแปะทีหลัง) และบางครั้งก็เป็นคนวาด Event Art ด้วย (ภาพที่ฉากกับตัวละครกลืนเป็นภาพเดียวกันไปเลย สำหรับเหตุการณ์เฉพาะเจาะจงในเกม)

 

ลักษณะ Bust Shot

 

ลักษณะ Event CG

Composer นักแต่งเพลง
ก็เป็นผู้ที่แต่งเพลงต่าง ๆ ทั้งมีเนื้อร้องและไม่มี

Sound Effects ฝ่ายเสียงเอฟเฟคต์
เป็นคนทำเสียงเอฟเฟคต์ต่าง ๆ มักจะเป็นนักแต่งเพลงไปด้วย

Seiyuu นักพากษ์
พากษ์เสียงตัวละครต่าง ๆ

Sound director คนกำกับเสียง
เป็นผู้กำกับนักพากษ์แต่ละคนว่าจะต้องพูดอย่างไรและให้คำแนะนำต่าง ๆ

Animator อนิเมเตอร์
ผู้ที่ทำในส่วนอนิเมชั่นและภาพยนตร์

Enshutsu ผู้กำกับฝ่ายบท
เป็นคนเขียนสตอรี่บอร์ดสำหรับอนิเมชั่นและหนังโฆษณา

Debugger คนแก้บั๊ก
ผู้ตรวจสอบบั๊ก (ความผิดปกติในตัวเกม) และแก้ไข

Production manager ผู้จัดการฝ่ายผลิต
เป็นคนควบคุมให้ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นไปตามตารางเวลา ผู้กำกับมักจะควบตำแหน่งนี้ไปด้วย

 

ต้นทุนการผลิต

คราวนี้เราก็จะมาจำแนกรายจ่ายทีละส่วนกัน

 

Event line art - ลายเส้นสำหรับ Event CG

8,000 ~ 15,000 เยน หรือ 50,000 ~ 80,000 เยนต่อภาพ
ลายเส้นสำหรับภาพที่เจาะจงกับเหตุการณ์เฉพาะ ราคาด้านซ้ายคือสำหรับนักวาดปกติ และด้านขวาคือของนักวาดที่มีชื่อเสียง

Event CG colouring - ภาพลงสีสำหรับ Event CG

10,000 ~ 30,000 เยนต่อภาพ
ราคาจะขึ้นอยู่กับว่าแบ๊กกราวนด์ต้องลงสีมากมั้ย ใช้สไตล์การลงสีแบบไหน หรือมีการกำหนดแสงเงามาให้จากงานลายเส้นแล้วหรือยัง

Bust shot line art - ลายเส้นสำหรับ Bust Shot

3,000 ~ 10,000 เยนต่อภาพ
ภาพกลุ่มนี้คือภาพตัวละครโดด ๆ ที่ใช้ในเหตุการณ์ปกติในเกม สีหน้าตัวละครหลายรูปแบบไม่ได้เพิ่มราคา นอกเสียจากจะเพิ่มรูปแปบของท่าโพสและชุดของตัวละครด้วย (จะนับว่าเป็นคนละภาพกัน)

Bust shot CG colouring - ภาพลงสีสำหรับ Bust Shot

 

ประมาณ1/2 ~ 1/3 ของค่าจ้างลงสี Event CG
สไตล์การลงสีจะเป็นแบบเดียวกับของ Event CG ดังนั้นราคาของ Event CG จึงมีผลโดยตรงต่อค่าจ้างลงสีภาพตัวละครเหล่านี้

Bust shot backgrounds - แบ็กกราวนด์สำหรับ Bust Shot

 

15,000 ~ 50,000 เยนต่อภาพ
เป็นภาพแบ็กกราวนด์โล่ง ๆ สำหรับแปะตัวละครทับ แบ็กกราวนด์เหล่านี้จะมีตั้งแต่ความละเอียดเท่าอนิเมะในทีวี จนไปถึงระดับภาพยนตร์ 3D เลยทีเดียว (บางค่ายใช้ภาพ 3D ทำ)

Scenario - บทเนื้อเรื่อง

1,000 เยนต่อทุก ๆ 1kb
เนื้อเรื่องในเกม ตีง่าย ๆ ว่า 1 เยนต่อ 1 ไบต์ก็ได้ ซึ่งจะไม่นับข้อมูลโครงเรื่องและพื้นหลังตัวละคร/เหตุการณ์

Programming - การทำโปรแกรม

150,000 ~ 2,500,000 เยน
ต้นทุนค่าพัฒนาโปรแกรมที่จำเป็นในการทำเกม ราคาด้านซ้ายคือเกม VN แบบปกติ ส่วนด้านขวาคือค่าจ้างเมื่อเขียนระบบเกมที่ซับซ้อนลงไป เช่น ใส่แนวแอ๊กชั่นหรือ RPG ไปด้วย

Scripting - การเขียนสคริปต์

150,000 ~ 300,000 เยนต่อ 1MB
การเขียนสคริปต์ก็คือการพยายามนำเสนอข้อมูลที่มีทั้งหมด (เนื้อเรื่องภาพวาด พื้นหลัง เพลง กราฟฟิกอื่น ๆ) แล้วจัดเรียงเรียงให้ดูสวยงามในตัวเกม 1MB ที่ว่านี้หมายถึงเฉพาะตัวบทเนื้อเรื่องเท่านั้น

BGM - เพลงประกอบเกม (ไม่มีเนื้อร้อง)

10,000 ~ 50,000 เยนต่อเพลง
โดยทั่วไปจะมีต้นทุนเพลงละ 25,000 เยนหรือต่ำกว่าในช่วงนี้

Song - เพลงที่มีเนื้อร้อง

100,000 ~ 1,000,000 เยนต่อเพลง
มีทั้งเพลงเปิด เพลงจบ เพลงแทรก และเพลงประจำตัวละคร (Theme song) หากใช้นักร้องที่มีชื่อเสียง ค่าใช้จ่ายจะมากขึ้นเป็นทวีคูณ

Sound effects - เสียงเอฟเฟคต์

1,000 ~ 5,000 เยนต่อไฟล์
คนทำเสียงเอฟเฟคต์อาจจะลำบากใจหน่อยเพราะว่า เมื่อพวกนั้นขายไฟล์เสียง บริษัทที่ซื้อไฟล์มาก็มักจะใช้ในหลาย ๆ เกมไปเลย

Movie - ภาพยนตร์ (แทรกในเกม)

100,000 ~ 10,000,000 เยน
ยิ่งภาพยนตร์มีความซับซ้อนเท่าไหร่ ราคาก็มากขึ้นเป็นเงาตามตัว

Animation - อนิเมชั่น

1,000,000 เยนขึ้นไป
ถ้าให้เทียบแล้ว อนิเมะ 30 นาทีในทีวีใช้ค่าใช้จ่ายไปประมาณ  8,000,000 ~ 15,000,000 เยน (แต่ตอนนี้ก็ยังไม่เก๊ตว่า อนิเมชั่นกับภาพยนตร์ต่างกันยังไง เพราะงานแบบนี้คงไม่ใช้คนจริงอยู่แล้ว ฮา)

Cut-in- คัตอิน

หมายถึงกราิฟฟิกชิ้นเล็กน้อยอย่างปุ่มกดต่าง ๆ โดยทั่วไปจะทำในบริษัทเอง แต่ถ้าจ้างคนอื่นทำให้ ก็จะอยู่ที่ราคาไม่กี่พันเยนต่อไฟล์

Voices - เสียงพากษ์

การจะกำหนดค่าจ้างเสียงพากษ์นั้นเป็นเรื่องยากเพราะมีหลายปัจจัยมาเกี่ยวข้อง แต่ก็มีลิ้งที่อธิบายรายได้ของนักพากษ์ไว้แล้ว ที่นี่

Interface - การออกแบบหน้าจอเกม

100,000 ~ 200,000 เยน
โดยทั่วไปจะทำกันเองในบริษัท แต่ราคาข้างบนนี้ก็คือเมื่อมีการจ้างจากภายนอก

 

Debugger - การแก้บั๊ก

5,000 ~ 10,000 เยนต่อวัน
มักจะทำให้เสร็จสิ้นภายในตัวบริษัท (โดยการให้สต๊าฟทุกคนนั่นแหละลองเกม) แต่หากมีคนไม่พอก็อาจจะจ้างคนให้มาทำงานพาร์ทไทม์แทน

 

ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่อาจมี:
ค่ากำกับ 100,000 ~ 300,000 เยนต่อเดือน
ค่าควบคุมจัดการ CG 100,000 ~ 300,000 เยนต่อเดือน
ค่าดำเนินโครงการ 300,000 เยนหรือต่ำกว่า

Event CG variations - ความหลากหลายใน Event CG

ใน Event CG ฉากเดียวกัน ตัวละครอาจจะแสดงสีหน้าท่าทางแตกต่างกันออกไป ซึ่งอาจจะเพิ่มค่าจ้างมากขึ้น หากความเปลี่ยนแปลงนี้มีขนาดไม่ถึง 1/3 ของภาพก็จะไม่คิดราคาเพิ่ม แต่ถ้าเกินมาก็เพิ่มรูปแบบละ 1000~5000 เยน (สำหรับลายเส้น) ยิ่งมีหลายรูปแบบในภาพเดียว ราคาก็จะสูงขึ้น

คนเขียนบล็อกนี้ที่ญี่ปุ่นเคยเห็นภาพนึงที่ค่าจ้างเดิม 15,000 สำหรับลายเส้น และ 25,000 สำหรับการลงสี (ทั้งหมด 40,000 เยน) แต่เพราะความหลากหลายเหล่านี้ทำให้ค่าจ้างสูงขึ้นจนปาเข้าไป 250,000 เยนในภาพชุดเดียว

Royalties - ค่าลิขสิทธิ์

นักวาดและคนเขียนบทอาจจะได้รับค่าลิขสิทธิ์เพิ่มเติมราว ๆ 0.5% ถึง 3% ของยอดขาย แต่ในหลาย ๆ ครั้งที่จะไม่มีการให้ค่าลิขสิทธิ์จนกว่ายอดจำหน่ายจะถึงจุดที่กำหนดไว้

นักพากษ์ก็อาจได้รับเงินก้อนนี้เช่นกันเมื่อไฟล์เสียงถูกใช้ในที่อื่น เช่น เมื่อเกมถูกพอร์ตลงคอนโซลอย่าง PS2 เมื่อเกมหลายภาคถูกแพ็กรวมแล้วขายเป็นเซ็ต หรือเมื่อมีการรีเมค ฯลฯ ค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมนี้มักจะคิดเป็น % ของค่าจ้างนักพากษ์ก่อนหน้านี้

Art used for advertising - ภาพวาดสำหรับการโฆษณา

ภาพวาดที่จะใช้ในสื่อโฆษณาอย่างโปสเตอร์ บัตรโทรศัพท์ หน้าในนิตยสาร ฯลฯ นั้นจำเป็นจะต้องวาดด้วยรายละเอียดและขนาดที่สูงกว่าภาพปกติในเกมมาก ดังนั้นต้นทุนค่าใช้จ่ายก็จะแตกต่างกันออกไปด้วย

ลายเส้น - 15,000 เยนขึ้นไป
ลงสี - 25,000 ~ 80,000 เยน

ราคาอาจจะสูงขึ้นอย่างบ้าคลั่งหากใช้นักวาดชื่อดังมาทำให้ ราคาสูงสุดที่เคยมีคือ 350,000 เยนในภาพเดียว แต่พวกนักวาดเหล่านี้ก็มักจะทำให้เกมขายได้เพิ่มอีก 10,000 ก็อปปี้ด้วยชื่อเสียงของนักวาดเพียงลำพังเท่านั้น (ประมาณว่ามีคนยอมซื้อเพราะภาพล้วน ๆ) (ให้เกมละ 9,000 เยน ขายเพิ่มอีกหมื่นก๊อปปี้ก็แปลว่ายอดขายเพิ่มขึ้นอีก 90 ล้านเยน!)

 

ต้องขายซักกี่แผ่นถึงจะได้กำไร?

 

คำเตือน: เนื้อหาข้างล่างไม่เหมาะสมกับโอตาคุโดยทั่วไป

มองมาที่ตัวแทนจำหน่าย ที่จะเอาเกมที่ได้จากคนทำเกมไปวางขายก่อน

ตัวแทนจำแหน่ายมักจะได้เงินประมาณ 40% ~ 60% ของราคาขาย ตัวแทนจะได้เท่าไหร่ก็ขึ้นอยู่กับว่ามีอำนาจเหนือฝ่ายผลิตเกมมากแค่ไหน ในหลาย ๆ ครั้งที่ฝ่ายตัวแทนจำหน่ายคือผู้ให้เงินทุนแต่สตูดิโอที่ทำเกม ก็อาจแปลได้ตัวแทนมักจะถืออำนาจมากกว่า แต่หากฝ่ายทำเกม ผลิตเกมออกมาต่อเนื่อง มียอดขายสูง หรือมีนักวาดชื่อดัง ก็อาจจะมีอำนาจมากกว่าฝ่ายตัวแทนก็เป็นได้

สตูดิโอบางเจ้าที่ไม่พึ่งพาตัวแทนจำหน่ายก็ไม่ต้องจ่ายให้ใคร หากสามารถขายตรงให้มียอดขายสูงได้ก็มักจะได้กำไรมากกว่ามีตัวแทนจำหน่ายถึงสองเท่า (แต่เสี่ยงอย่างมากสำหรับสตูดิโอชื่อไม่ดัง)

ยกตัวอย่าง ให้มีเกมนึงที่มีราคาขายที่ 8,800 เยน ถ้าฝ่ายตัวแทนจำหน่ายได้ 50% ก็แปลว่าเงินอีก 4,400 จะกลับมาสู่ฝ่ายผลิตเกม ถ้าฝ่ายตัวแทนขายในราคาขายส่งแก่ร้านค้าที่ 6,500 เยน ก็แปลว่าฝ่ายตัวแทนได้ไปแค่ 2,100 ต่อเกมเท่านั้น (ราคาขาย 6,500 - ส่วนแบ่งที่ต้องให้ฝ่ายทำเกม 4,400) (ฝ่ายทำเกมได้เท่าเดิม)

เมื่อถูกวางขายในร้านค้า ยอดขายก็จะขึ้นอยู่ีกับว่าตั้งราคาขายส่งเท่าไหร่ ถ้าร้านค้าตั้งราคาเต็มที่ 8,800 เยนก็แปลว่าได้เงินส่วนแบ่งเข้ากระเป๋าไป 2,300 เยน แต่ถ้าตั้งราคาที่ 7,200 เยน ก็ได้ได้เพียง 700 เยนต่อแผ่นเท่านั้น

 

กลับมาฝั่งผู้ผลิตเกมบ้าง

ถ้าเงินเข้ากระเป๋าฝ่ายสตูดิโอไป 4,400 เยนต่อแผ่น/ก๊ิอปปี้ ก็แปลว่าจะได้ยอดขายถึง 44,000,000 เยนเมื่อขายได้ซัก 10,000 แผ่น แต่ถ้าขายได้แค่ 3,000 แผ่นก็จะได้ยอดขายเหลือ 13,200,000 เยน

ถ้าต้นทุนการผลิตทั้งหมดรวมค่าโฆษณาและค่าใช้จ่ายในโรงงานเบ็ดเสร็จอยู่ที่ 50,000,000 เยน (ทำไมมันสูงงี้ฟะ) แปลว่าต้องขายให้ได้ 11,400 แผ่นถึงจะคุ้มทุน

อย่างที่กล่าวไปก่อนหน้านี้ ถ้าเราใช้นักวาดชื่อดังจนทำให้ยอดขายเพิ่มอีก 10,000 แผ่น ก็แปลว่าต่อให้จ้างเขาด้วยเงินสูงถึง 40,000,000 เยนก็ยังคุ้มทุนอยู่ดี (แม้ว่าคงจะไม่ใช่เรื่องฉลาดหากเอาเงินไปจมกับนักวาดคนเดียวขนาดนั้น)

โดยพื้นฐานแล้ว สตูดิโอยักษ์ใหญ่สามารถขายเกมได้มากกว่า 100,000 แผ่น ได้กำไรไป 440,000,000 เยน แต่ว่า... เพราะความมีชื่อเสียงนี้ ทำให้สตูดิโอมีอำนาจต่อรองเหนือกว่าฝ่ายตัวแทนจำหน่ายมาก ก็แปลว่าจริง ๆ แล้วอาจจะได้กำไรมากกว่า 500,000,000 ด้วยซ้ำไป!! (ในช่วงนี้ มีเพียงแค่ 3 บริษัทเท่านั้นที่มียอดขายเกินแสนแผ่น)

(สำหรับคนที่อาจจะเข้าใจผิดเกี่ยวกับยอดขาย บางบริษัทในวงการนี้นั้นกว่าจะได้ยอดขายซัก 5,000 แผ่นก็โคตรยากแล้ว ดังนั้นพวกนี้เลยพยายามที่จะลดต้นทุนและจุดคุ้มทุนให้ต่ำที่สุดที่เป็นไปได้)


ปล. อย่างกับเรียนวิชาอะไรซักอย่างมากกว่าเรื่องของโอตาคุนะเนี่ย

 

 

Comment

Comment:

Tweet

The post is absolutely fantastic! A lot a lot of information and inspiration, both of which we all need!

#8 By seo services (182.177.165.49) on 2012-02-23 12:01

เห็นด้วยกับปล.ของจขบ.จัง
เหมือนมาเป็นที่ปรึกษาด้านการสร้างเกม
ดูเชี่ยวชาญได้อีกคะ

#7 By airport transportations in San Jose (175.110.69.245) on 2012-02-23 00:29

I am going to bookmark your blog and have my children check here often.

#6 By condos in hyde park (175.110.70.92) on 2012-02-04 17:58

อยากทำ สอนที

#5 By JHP on 2010-12-26 16:23

เห็นด้วยกับปล.ของจขบ.จัง

เหมือนมาเป็นที่ปรึกษาด้านการสร้างเกม

ดูเชี่ยวชาญได้อีกคะ

#4 By 36miwaku36 on 2010-06-23 18:50

ขอบคุณครับผม หุหุ

#3 By boboverlord on 2010-06-21 23:39

แวะมาเจอบล็อกนี้ สุดยอดมากครับ สำหรับคนที่เล่นวิชวลโนเวลอย่างเรา เข้ามาอ่านแล้วรู้อะไรขึ้นเยอะเลยจริงๆ (ปกติเล่นๆ เขียนรีวิวไปเรื่อยไม่ได้คิดไรมาก)

ขอตั้งเป็น favourite ไว้ล่ะครับ

#2 By φυβλας on 2010-06-21 19:41

ชอบค่าย Key สุดแล้วล่ะconfused smile

#1 By akinis on 2010-06-20 16:35