หายไปนานเพราะโปรเจคไม่คืบหน้า ว่าง ๆ เลยสับนิยายที่เพิ่งอ่านละกัน
 


วิจารณ์ Glorious Dawn (กลอเรียสดอว์น รุ่งอรุณที่สาวน้อยขับขาน) เล่ม 1

เรื่อง Takashi Syoji
ภาพประกอบ Shiki Douji
แปล กุลธิดา ชลรัตนกุล
ตีพิมพ์ในญี่ปุ่น HOBBY JAPAN
ตีพิมพ์ในไทย DEXPRESS
ราคา 149 บาท
จำนวนหน้า 235 หน้า (เฉพาะเนื้อหาอย่างเดียว 210 หน้า)

ประเภทของนิยาย ไลท์โนเวล, ไซไฟอวกาศ

--หมาย เหตุ สิ่งที่เขียนอยู่ในนี้ถือเป็นความคิดเห็นส่วนตัว คนอื่นอาจจะคิดแตกต่างกันได้ และไม่มีเจตนาจะดิสเครดิตหรือเลียแข้งฝ่ายใด--

------ สปอยล์ค่อนข้างมาก ถ้าไม่อยากอ่านสปอยล์กรุณาไปอ่านสรุปตรงด้านล่างสุด ------


เนื่อง จากไม่ได้อ่านนิยายมานานซักพักนึง ต้องการจะหานิยายมาอ่านเล่น+ศึกษาข้อมูลทำโปรเจคส่วนตัวจึงได้ซื้อไลท์โนเวล มาเล่มนึง นั่นก็คือกลอเรียสดอว์น ส่วนตัวคิดว่าราคาไม่ค่อยแพงนักและมีแพ็กเกจห่อค่อนข้างดี ขนาดของรูปเล่มก็มีความเหมาะสมเพราะไซส์เท่าหนังสือการ์ตูน

แต่ชื่อไทย "รุ่งอรุณที่สาวน้อยขับขาน" ผมว่ามันน่าอายยังไงไม่รู้

ไหน ๆ ก็ไหน ๆ เอาคำโปรยหลังปกมาลงก่อนดีกว่า

--------------

“bioคราฟท์” คือสิ่งมีชีวิตนอกโลกที่มีขนาดใหญ่เกินกว่าที่มนุษย์จะจินตนาการได้…… หลังจากการติดต่อครั้งแรกยี่สิบปี ในประเทศญี่ปุ่นที่การอยู่ร่วมกับสิ่งมีชีวิตนอกโลกกลายเป็นเพียงเรื่องปกติ ในชีวิตประจำวัน สาวสวยทีเซ่ได้มาปรากฏตัวตรงหน้าโอโซระ โคได นักเรียนมัธยมปลายธรรมดา พอลืมตาขึ้นมาก็เจอเด็กสาวปริศนาอยู่ตรงหน้า…… นี่มันเกมจีบสาวเกมไหนกันล่ะนี่ ?

ไลท์โนเวลสไตล์สเปซเลิฟแฟนตาซี ที่อุดมไปด้วยเรื่องราวของเหล่าสาวน้อย ซึนเดเระ ยานอวกาศ และ...สว่าน ได้มาอยู่ในมือคุณแล้ว


-------------

...ความ รู้สึกแรกที่ปรากฎเข้ามาในสมองคือ "มุกโอตาคุเก่าแก่ล้านปี".... จริง ๆ นะ ถึงไลท์โนเวลจะมีวัตถุประสงค์เพื่อให้โอตาคุและสิ่งมีชีวิตสายพันธุ์ใกล้ เคียงอ่านก็เถอะ แต่คำว่า "สาวน้อย" "ซึนเดเระ" และ "เกมจีบสาว" มันก็ค่อนข้างตรงตัวไปหน่อย... ผมได้แต่หวังว่าข้างในมันคงจะไม่แป้กนะ

ใน เล่มมีภาพประกอบสีอยู่ 4 ภาพ (ไม่นับปก) และภาพประกอบขาวดำอีก 10 ภาพ เทียบกับความหนาของนิยายถือว่าไม่เยอะจนรกหูรกตาหรือขวางกั้นจินตนาการ (ภาพมันชอบเล่นมุมที่ทำให้ตัวละครไม่โผล่ชัด ๆ เท่าไหร่ด้วยสิ)

เล่ม นี้ประกอบด้วยเนื้อเรื่อง 7 ตอน ตอนพิเศษท้ายตอนอีกหนึ่ง และคำบ่น ๆ ของผู้เขียน (ในยุ่น) อีกหนึ่ง หากแต่ตอนที่หนึ่ง หรือชื่อตอนว่า PHASE - 00 : 00 สีฟ้า ~ The Blue ~ นั้น....

...ข้ามไปอ่านตอนต่อไปยังจะรู้เรื่องซะกว่า...

ผม จะไม่เล่าเนื้อหาละกัน แต่ผมไม่ชอบตอนแรกที่สุดเลย พบปัญหาในการสื่อความทั้งจากการแปลและเนื้อหาต้นฉบับที่อ่านแล้วรู้สึกว่า "มันทำบ้าอะไรกัน" ในแง่รายละเอียดคือ คำพูดของตัวละครที่ค่อนข้างฝืน ๆ เหมือนยัดมา และการกระทำของสิ่งต่าง ๆ ที่... เข้าใจค่อนข้างยาก เอาเป็นว่าผมค่อนข้างมั่นใจว่าข้ามไปอ่านตอนต่อไปเลยก็ยังรู้เรื่องระดับนึง เลยล่ะ

เปิดมาตอนที่สองซึ่งตัดมาทางด้านพระเอก ช่วงแรก ๆ เปิดมาได้ Typical มาก ๆ กล่าวคือพบกันเกร่อตั้งแต่ยุคสมัยจูแรสสิกแล้ว... พระเอกฝันถึงเด็กผู้หญิงซักคนแบบเพ้อ ๆ ตื่นมาเจอสาวน้อยเนี่ย... แถมผมว่ามุก "นี่มันเกมจีบสาวเกมไหนเนี่ย" มันแป้กนา แถมนางเอกก็กวนตีนใช้ได้เลย ฮา แต่ตอนหลังจากนั้นก็เริ่มโอเคล่ะนะ มีตัวละครอื่นเข้ามาแจมแก้เลี่ยน บวกกับมีตัดไปฉากอื่นบ้าง

มาตอนที่ สาม ทั้งตอนจะเป็นการเล่าอดีตของมนุษยชาติว่า BioCRAFT คืออะไร พบกับมนุษยครั้งแรกยังไงเมื่อยี่สิบปีก่อนเหตุการณ์ปัจจุบัน ก็ถือว่าใช้ได้ เป็นการปูเรื่องที่ดี และไม่ออกไปทางโอตาคุเกินไป (ประเภทที่อะไร ๆ ก็ต้องสาวน้อยหมดมันก็ไม่ดีใช่มั้ยล่ะ) BioCRAFT ที่ทำสัญญากับมนุษย์ครั้งแรกก็อยู่ที่อินเดีย มีการเลียนแบบหน้าตารูปร่างตัวเองแบบคนอินเดีย จึงตอบคำถามได้ว่า "ทำไมมนุษย์ต่างดาวถึงต้องเป็นสาวน้อย" ได้ดีระดับนึง

ตอนที่สี่ ตัดกลับมาที่พวกพระเอกนางเอกอีกครั้ง ตรงจุดนี้ทำให้ผมค่อนข้างแน่ใจว่าผู้เขียนเล่าในสิ่งที่ดูจริงจังได้ดี แต่เล่าเรื่องทำนอง...ทำนองที่พบได้ในเกมหรือการ์ตูนบ่อย ๆ ได้ไม่ค่อยดีเลย เหมือนเขียนอะไรทื่อ ๆ ตรงไปตรงมาไปทั้งในแง่บุคลิกภาพตัวละคร คำพูด และการเปรียบเปรย เหตุผลที่แม่พระเอกจะให้พระเอกไปทำสัญญากับนางเอกก็ไม่ค่อยสมเหตุสมผลนัก แต่พระเอกก็ไม่ทำง่าย ๆ หรอก (โดยส่วนตัวคิดว่า มุกการทำสัญญาระหว่างพระเอกนางเอกนี่โคตรเก่าเลยนะ แต่การปูเรื่องทำให้เรื่องนี้เป็นที่ยอมรับได้ (ก็แหม มีผู้ทำสัญญาทั่วโลกเป็นพันคนจนเป็นเรื่องปกตินี่นะ) แถมกว่าจะทำสัญญาจริง ๆ... ก็เกือบจบเล่มละ)


<--ครึ่งเล่ม-->

ตอนที่ห้า เป็นการดวลระหว่างนางเอกกับไบโอคราฟต์อีกคน ซึ่งก็ถือว่าบรรยายได้น่าติดตามและรายละเอียดระดับนึงถ้าไม่นับคำพูดจากปาก ตัวละครที่ยังดูเหมือนยัดเยียดนิสัยเหมือนเดิม (หรือผมไม่ชินเองก็ไม่รู้) ฉากตัดกลับที่พระเอกกับตัวละครอื่น ๆ ในห้องเรียนซึ่งก็ไม่มีอะไรแย่มากนัก แถมมีมุกที่ไม่ค่อยแป้กด้วย เนื้อเรื่องเริ่มเดินมาอย่างค่อนข้างกระชับไม่ออกทะเล และการกระทำของตัวละครก็ดูสมเหตุสมผลดี

ตอนที่หก เริ่มลุยอวกาศกัน ตอนนี้ค่อนข้างทำได้ถูกใจอาจเป็นเพราะบทสนทนาเริ่มไม่ยัดเยียดเข้าปากตัว ละครแล้ว บวกกับฉากที่เริ่มระทึกตื่นเต้น และมุกที่ฮาใช้ได้เลยทีเดียว ตอนนี้เป็นตอนที่ค่อนข้างยาวระดับนึง ท้ายตอนตัดไปยังฉากอื่นของตัวละครอื่น (ซึ่งคงจะมีบทบาททีหลัง) ก่อนที่จะกลับมายังพวกพระเอกนางเอกที่กลับมาโลกแถว ๆ เม็กซิโก (ถ้าบรรยายแต่ในยุ่นมันก็คงไม่สมเหตุสมผลเลย)

ตอนที่เจ็ดคือตอนสั้น ๆ ปิดเล่ม เนื้อเรื่องขี้เกียจเล่าเพราะมีแค่ 8 หน้าแต่ก็ออกมาดี ถือว่าปิดเล่มได้ดีระดับนึงเลย

-----------------------------------------------

สรุป

ครึ่ง เล่มแรกค่อนข้างกากยังไงไม่รู้ ไม่รู้ว่าเป็นความไม่เสถียรของคนแต่ง คนแปล หรือสมองผมเองก็ไม่รู้ แต่ครึ่งหลังก็ค่อนข้างคุ้มค่าระดับนึงล่ะนะ แต่ถามว่าผมจะซื้อเล่มสองมั้ย... ผมคิดว่าลองไลท์โนเวลเรื่องอื่นก่อนดีกว่า

สำหรับ คนแต่ง ผมว่าพล็อตนั้นไม่ค่อยซับซ้อนเท่าไหร่ ซึ่งนั่นอาจจะเป็นการจงใจก็ได้ แต่มันมีความลึกน้อยกว่าที่ผมคาดหวังไว้น่ะ... อาจจะเพราะอยากให้คนอ่านอ่านแบบไม่คิดมากจริง ๆ ล่ะมั้ง มีการปูเรื่องทั้งในส่วนที่อ่านแล้วเข้าใจได้ทันที กับส่วนที่เหมือนจะกั๊ก ๆ ไว้ใช้ทีหลัง (แต่คนอ่านจะงงเอาอ่ะดิ) หลายจุดมีการบรรยายถึงประเทศอื่นซึ่งผมว่าดีเพราะไม่อยากอ่านพวกโปรโม ทประเทศตัวเองทั้งเล่ม

สิ่งที่ผมค้นพบจากเรื่องนี้คือ มีคำว่า "ซึนเดเระ" ปรากฎในเรื่องรวมถึงตอนพิเศษด้วยประมาณ 30 กว่าคำ (และคำว่าเกมจีบสาวอีกเกือบสิบคำมั้ง) แต่ไม่มีตัวละครที่ซึนเดเระจริง ๆ เลยซักคน !! (ผมอ่านคำบ่นของผู้แต่งในท้ายเล่มแล้วพอเข้าใจว่าเขาประชด...)

การ แบ่งชนชั้นของไบโอคราฟต์ได้หลักมาจากชาวโรมันโบราณ (พาทริเซียน และ พลาเบียน) และแบ่งย่อยตามตัวหมากรุกฝรั่ง พอดีผมเพิ่งสอบวิชาอารยธรรมโลกมาเลยสะดุ้งเล็กน้อยตอนเจอคำว่าพาทริเซียน น่ะ...

จุดที่ผิดพลาดที่สุดของผู้แต่งคือ การใช้มุกที่หาได้ตามท้องตลาดทั่วไปในครึ่งแรก แถมยังทำได้ไม่ค่อยดีอีกด้วย แต่พอเริ่มเข้าเรื่องเข้ารอยก็เริ่มโอเคล่ะนะ

สำหรับคนแปล  คาดว่าคงใช้ความพยายามอย่างมากในการแปลตอนที่หนึ่งให้เข้าใจ ถึงมันก็ยังมีปัญหาก็ตาม สำนวนบางส่วนยังอ่านแล้วสะดุด หาคำไทยบางคำมาแทนได้ไม่ดีหลายจุด แต่หลายจุดก็ดีใช้ได้เช่นกัน คนแปลควรจะต้องตอบคำถามตัวเองว่า ระหว่างแปลตรงตามต้นฉบับโดยตรง หรือดัดแปลงให้เข้ากับภาษาไทยให้มากถึงจุดนึงไปเลย อย่างไหนดีกว่ากัน